ไม่ปายแล้ว
posted on 16 Dec 2008 22:11 by myhead in MyWalked
"ปายเปลี่ยนไป..."
คำพูดคุ้นหูจากผู้ที่เคยไปเยือนมาก่อนหน้าเนิ่นนาน
อาจจะสร้างความรำคาญใจให้หลายคน...ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ
จนอาจจะได้ยินบางคนโต้ตอบกลับมาว่า
"แล้วที่ไหนไม่เปลี่ยนไปบ้างล่ะ(วะ)?"
จากทริปเดียวกัน ผมเดินทางจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่
และจากเชียงใหม่ต่อไปพักค้างแรมที่ห้วยน้ำดังทันที
โดยแวะพักที่แถวตลาดแม่มาลัยเพียงเพื่อกินข้าวหน้าเป็ดรองท้อง
พอตื่นจากห้วยน้ำดังแสนหนาวก็มุ่งตรงขึ้นเขาคดเคี้ยวต่อไปปายไม่รอรี
ระหว่างทางมีสัญลักษณ์นี้ให้เห็นเกือบตลอดเส้นทาง
และก็เป็นดั่งป้ายเตือนจริงดังว่า
บางทีโชคดีอาจจะต้องหยุดรอขบวนพี่วัวบ้าง
พอไปถึงปายก็ต้องเจอกับเรื่องประหลาดใจมากมาย
ตั้งแต่ปลายสะพานปายก็พบกับร้านกาแฟหรูหราตั้งเด่น
ผู้คนจอดรถกันล้นหลาม แวะถ่ายรูปสะพาน พลางดื่มกาแฟแพง ๆ
แน่นอนไฮโซฯอย่างผมไม่รีรอที่จะไปนั่งสั่งอาหารเช้าแพง ๆ กิน
พ่อกำลังถ่ายรูปแม่ ส่วนลูกกำลังแอบดูกระบอกของพ่อ
เห็นนักท่องเที่ยวมากมายทุกเพศทุกวัย รถยนต์ที่จอดกันคราคร่ำ
ร้านกาแฟหรูหราไฮโซฯ ผมก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจอะไรบางอย่าง
แล้วก็จริงดังหวั่น ตัวเมืองปายวันนี้ผู้คนพลุกพล่าน รถราวิ่งกันขวักไขว่

ร้านรวงมากมายตั้งกันคึกคักแตกต่างจากที่เคยมาเยือนเมื่ออดีต

ผมเปลี่ยนแผนที่คิดจะพักเกสต์เฮ้าส์ถูก ๆ ในเมืองอย่างที่คุ้นเคย
ไปเลือกรีสอร์ตหรูหราราคาพันสามแทน สาเหตุหนึ่งก็คืออยากนอนพักสบาย ๆ
เข้าส้วมสะดวก ๆ ชดเชยคืนก่อนที่นอนทรมานและอดขี้
อีกสาเหตุหนึ่งก็คือยังไม่คุ้นเคยกับปายที่เปลี่ยนไป


ปายในวันนี้แตกต่างจากที่ผมเคยมาเยือนเมื่อเกือบสิบปีก่อนอยู่พอสมควร
สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือร้านรวงที่มีดีไซน์มากมาย
ซึ่งแน่นอนเจ้าของร้านส่วนใหญ่ไม่ใช่คนท้องถิ่น
เปี่ยมไปด้วยบรรดาอาร์ติสต์วัยรุ่น และบรรดานักเดินทางเด็กแนวทั้งหลาย
ซึ่งอันหลังสร้างความอึดอัดใจให้ผมพอสมควร
ส่วนสิ่งที่ขาดหายไปก็คือ"เสน่ห์"
เมื่อก่อนเสน่ห์ของปายคือการเป็นเมืองเล็ก ๆ เงียบสงบในอ้อมกอดของภูเขา
การเดินทางขึ้นเนินนับพันโค้งชวนอ้วก ดูราวกับได้พิชิตอะไรบางอย่าง
เหมือนกับค้นพบดินแดนแสนงามที่ซุกซ่อนตัวอยู่
แต่ในวันนี้ดูเหมือนกลายเป็นความ "เท่" สำหรับวัยรุ่นหลายคนไปเสียแล้ว
การได้ไปเยือน กระทั่งได้ไปอยู่อาศัยสักระยะ บ่งบอกถึงความทันสมัยในความคิด
และเป็นอะไรที่ "ติ๊สสสสท์...อินดี้แอนด์แนว" พอตัว - -"
จนเสื้อยืดประเภท"ไปปายมาแล้ว"กลายเป็นของที่ระลึกที่ขายดีเป็นพิเศษ
มีบางอารมณ์ในขณะที่เดินเล่นอยู่บนถนนคนเดินทำให้คิดไปถึงถนนข้าวสารก็มี
หลายคนดูหงุดหงิดรีบเร่ง และส่วนใหญ่ก็เป็นคนจากเมืองกรุงที่มาทำธุรกิจอยู่
แต่คิดในแง่ดีก็ได้แต่บอกตัวเองว่าทุกอย่างมันย่อมเปลี่ยนไป
และอย่างน้อยเศรษฐกิจของผู้คนที่นี่คงจะดีขึ้น....
ผมตัดสินใจเดินเท้าเพื่อไปสำรวจที่พักริมน้ำเมื่อครั้งอดีต
ที่เคยขี่จักรยานกับแฟนลัดเลาะทุ่งกระเทียมแสนสงบชวนพิศวง
ผลปรากฏว่าปัจจุบันกลายเป็นรีสอร์ทไปหมดแล้ว
และก็ยังพบกับดิสเพลย์รถมินิตั้งอยู่ริมแม่น้ำอีกด้วย
จึงตัดสินใจได้ในขณะนั้นว่าผมคงจะค้างที่นี่เพียงแค่คืนเดียว
แล้วพรุ่งนี้จะย้อนกลับไปเชียงใหม่ตั้งแต่เช้ามืด
หลังจากเดินย้อนกลับมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่สี่แยกในเมือง
นั่งมองรถติดผสมเสียงแตรและนกหวีดจากตำรวจที่ปรี๊ดมาไม่ขาด
ผสานกับแก็งค์ช็อปเปอร์ และบรรดาเด็กแนวสุดอาร์ต
ตอกย้ำให้ยิ่งมั่นใจว่า ตอนนี้ที่นี่คงไม่เหมาะกับผมเท่าไร
รุ่งเช้าขากลับเข้าเชียงใหม่ผมมาแวะหาอาหารทานบริเวณสะพานปายที่เดิม
แต่คราวนี้ผมเลือกทานร้านแผงลอยของตีนสะพานอีกฝั่งแทนร้านสุดหรูเมื่อขามา
นั่งแทะไก่กับมันปิ้งไปไม่สนใจใคร
มันเทศปิ้งสิบบาทกินอิ่มไปถึงชาติหน้าเลยทีเดียว
เดินมาคุยกับลุงที่ขายกาแฟทักทายยั่วเย้ากันเล็กน้อย
"เดี๋ยวนี้คนเยอะแล้วนะ" ผมพูด
"อืม...คนเยอะ"
"รายได้ก็ดีขึ้นด้วยสิ"
"......คนที่รวยก็พวกนายทุนจากในเมือง...ชาวบ้านก็ยังจนเหมือนเดิม"
ผมจ่ายตังค์ค่ากาแฟสิบห้าบาทแพงกว่าเมื่อก่อนเกือบเท่าตัว
แต่เทียบไม่ได้เลยกับราคาของกาแฟเมื่อเช้าวาน
แกจะรู้มั้ยนะว่าอีกฝั่งของตีนสะพานมีกาแฟแก้วละแปดสินห้าบาท
และมีอเมริกันเบรคฟ๊าสท์ชุดละสองร้อยห้าสิบบาทขายอยู่ในเมนู
"...มันก็ทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่เปลี่ยนไป"
แกพูดทิ้งท้ายเบา ๆ ก่อนง่วนกับการคั้นน้ำส้มของแกต่อ
ผมเดินใจลอย ๆ กลับมาที่รถ ก่อนพาใจและกายกลับมาที่เชียงใหม่
ตอนหน้าเชียงใหม่แสนรัก....
)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
#1 By ความรักสร้างฉัน on 2008-12-16 23:29