---แพนด้า ตอนที่ ๘---
posted on 30 Sep 2007 02:50 by myhead in MyCat.
แพนด้า ตอนที่ 8
.
.
แมวมา ปัญหามี
.
.
หลายวันที่เจ้าแพนด้าเอาแต่นอน มีตื่นมากินบ้าง แล้วก็เดินโงนเงนไปนอนอีก
เราสองคนค้นพบว่ามันชอบที่จะนอนบนอกเรามาก
.
.ดูท่าจะเป็นแมวที่ขาดความอบอุ่นเอาจริง ๆ
.
.
ช่วงยังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เรากังวลเกี่ยวกับสุขภาพมันมาก
ขี้ตาเกรอะ ขี้มูกกรัง สังคะตังเต็มตัว
ผมลองหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคภัยที่อาจจะเกิดแก่ลูกแมว ก็เจอเข้ากับ
โรคไข้หัดแมว และ หวัดแมว ซึ่งมีอันตรายและอาจส่งผลให้ลูกแมวเสียชีวิตได้
.
.
เอาล่ะสิ! กังวลอีกแล้ว รุ่งเช้าอีกวันผมกับภริยาก็เลยพาแพนด้าไปหาหมอ
.
.
คราวนี้เราไปกันที่คลีนิกใกล้บ้าน เพราะขี้เกียจไปนั่งคอยที่โรงพยาบาลสัตว์
เหมือนเราจะลืมอะไรบางอย่าง... แล้วเราก็ลืมจริง ๆ ด้วยความวิตก
หมอที่คลีนิกก็ให้ข้อมูลมาเช่นเดียวกับที่แฟนผม
.
ได้รับจากโรงพยาบาลสัตว์หนแรก(แต่ลืม)
คือยังไม่สามารถฉีดวัคซีนใด ๆ ให้ลูกแมวที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวได้
ต้องรอเฝ้าดูอาการมัน7วัน เนื่องจากต้องให้เวลามันปรับตัวกับบ้านใหม่เสียก่อน
อาการต่าง ๆ ที่มีจึงจะแสดงผลตามสภาวะความเป็นจริง
.
แต่ไหน ๆ แล้วไม่ให้เสียเที่ยว ก็เลยถือโอกาสปรึกษาหมอ
.
เรื่องขี้กลาก เชื้อรา ตามหูตามหัว(ของแมวไม่ใช่ของผม)
หมอเอาสก็อตเทปมาแปะที่ใบหูบริเวณด่าง ๆ ด้าน ๆ
.
(ก็บอกแล้วว่าของแมว..ยังมาสงสัยอะไรผมอีกแน้)
ไปตรวจก็ไม่พบอะไร คาดว่ามันอาจจะเป็นเพียงคราบสกปรกที่ฝังแน่นมานาน
ทว่าผมดูยังไงมันก็โรคผิวหนังชัด ๆ
.
หมอรำคาญก็เลยให้ครีมทารักษากลากเกลื้อนมา
ไรหูดำ ๆ ที่เกาะอยู่เพียบหมอก็แนะนำให้ใช้คอตต้อนบัตค่อย ๆ เช็ดออกเสีย
แต่ก่อนกลับก็ยังไม่วายแสดงความกังวลเกี่ยวกับน้ำมูกไหลยืดของมันมาอีกจนได้
หมอก็เลยจัดยาปฏิชีวนะ พร้อมกับวิตามินชนิดน้ำมาให้ แถมไซลิ้งค์มาอีกสองอัน
เบ็ดเสร็จ ค่าตรวจค่ายา รวมค่าอาหารแมวซองเล็ก ๆ ที่ซื้อจากคลินิกมาล่อหลอกมัน
เป็นเงิน เจ็ดร้อยกว่าบาท. ......งงชิบเป๋งเลย...
วันแรกที่โรงพยาบาลสัตว์เสีย80บาท
.
แบ่งเป็นค่าบัตร10บาท ค่าตรวจ50บาท ค่ายา20บาท
แต่ก็เอาล่ะ ถือเป็นการซื้อความสะดวก แค่นี้จิ๊บจ๊อยขอให้มันแข็งแรงเถอะ
(เริ่มเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่เวลาที่ลูกป่วยขึ้นมานิด ๆ )
.
.
หลังจากจับล็อคคอกรอกยาและวิตามินอยู่2-3วัน ก็ดูเหมือนมันจะดีขึ้นมาหน่อย
กินอาหารได้เยอะขึ้น โดยช่วงนี้ก็ยังคงให้อาหารเปียกอยู่
กะว่าพอมันโตกว่านี้หน่อยก็จะเริ่มเพิ่มอาหารเม็ดคลุกผสมลงไปด้วย
แต่ที่เริ่มสังเกตเห็นก็คือความซุกซนของมัน แคะนู่นคุ้ยนี่เล่น
.
ดูท่าจะซ่าไม่เบาขนาดยังเป็นแต่แมวตากแห้ง
.
.
หลังจากมากินนอนกับเราครบอาทิตย์ก็ได้เวลาที่จะต้องให้วัคซีนตัวสำคัญ
และการให้วัคซีนครั้งนี้ก็สะดวกสบายมากขึ้นอีก เนื่องจากเราเพิ่งนึกออกว่า
ที่ห้องชั้นล่างของอาคารที่เราอยู่ มีคุณหมอสัตวแพทย์สาวอาศัยอยู่ด้วย
(แรก ๆ รนไปหน่อยก็เลยลืมเสียสนิท)
คุณพี่หมอสาวใจดี รักสัตว์มาก แถมที่ห้องแกก็เลี้ยงแมวอยู่ด้วย
เราก็เลยได้อานิสงค์ ได้หมอมาดูแลใกล้ชิด โชคดีจริง ๆ (ทั้งของเราและของแมว)
เจ้าแพนด้าก็เลยโดนซัดไปเข็มหนึ่งก่อน(อนาคตยังรอแกอีกเพียบ...เหอ เหอ...)
เป็นวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดแมว+ระบบหายใจ+ช่องปาก และลิ้นอักเสบ
หมอบอกว่ายังให้ยาปฏิชีวนะต่อไปได้จนครบโดส ส่วนเรื่องผิวหนังทุรังทุเรศของมัน
หมอบอกว่าให้มันกินอาหารดี ๆ อุดมสมบูรณ์เดี๋ยวมันก็จะงอกขนงาม ๆ ออกมาเอง
(นึกถึงการรดน้ำให้ปุ๋ยต้นไม้เลย ^ ^ ดีจัง)
หมอพกเอาตาชั่งมาชั่งน้ำหนักให้แพนด้าด้วย
.
ได้อยู่ราว ๆ ไม่ถึง400กรัม เบากว่าน้ำเปล่าขวดเล็กอีก
.
ซ๊าก....วัน..หนึ่ง....ซาก จะ โต๊ ...ซาก จะ โต....
.
.
.
.
หลายวันผ่านไป แพนด้าดูแข็งแรงขึ้น ริ้วซี่โครงเริ่มหดหาย
เสียงที่เคยแหบแห้งเริ่มใสขึ้น ร่าเริง ซุกซน กินเก่ง
แรกทีก็โล่งใจสบายอกกัน ......
.
.
.
แต่.....
.
.
.
.
ปัญหาใหญ่ที่ เราคาดไม่ถึงกำลังจะตามมา!!!!
.
.
.





.
.
จริง ๆ !!
.
.
.
#1 By yummyschool จำกันได้บ่. on 2007-09-30 10:20