---แพนด้า ตอนที่ ๗---
posted on 23 Sep 2007 21:00 by myhead in MyCatแพนด้า ตอนที่7
ชีวิตที่ใหม่
สิบโมงกว่าแล้ว...
ผมเพิ่งแหกขี้ตาตื่นขึ้น
ความรู้สึกของเช้า(สาย)วันนี้แปลกกว่าที่เคย
สมองค่อย ๆ ปะติดปะต่อ จัดวางความทรงจำให้เข้าที่
แมว
คือแวบแรกที่นึกถึงทันทีที่วิญญาณเริ่มผนึกกับร่างกายโดยสมบูรณ์
คำสั้น ๆ ที่หมายถึงสัตว์สี่เท้าตัวขนหน้าดุผสมแอ๊บแบ๊ว
ในตอนนี้ดูจะมีความหมายมากกว่าที่เคย
และยังทำให้ผมนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวาน
.
.
.
ชื่ออะไรดี? แฟนผมถามขณะสายตายังจับอยู่ที่ลูกแมว
แพนด้า ผมพูดขึ้นทันทีที่ชื่อแรกนี้ผ่านเข้ามาในหัว
อาจจะเนื่องจากขนสีขาวดำของมัน ประกอบกับตัวจิ๋ว ๆ
ที่ทำให้นึกไปถึงลูกแพนด้าเวลาเกิดใหม่ที่เคยผ่านตาจากสารคดีทางโทรทัศน์
ตัวเล็ก ๆ แดง ๆ ง่อนแง่นอย่างกับลูกหนู
ตกลงชื่อแพนด้านะ หญิงสาวของผมสรุปรวบรัดโดยไม่โต้แย้ง
หลังจากทานอาหารที่เราเตรียมให้ไปได้ประมาณหนึ่ง
เจ้าแมวน้อยแพนด้าก็เดินไปหลบซุกตัวอยู่ที่มุมมืดบนกระถางต้นไม้
แววตาของมันยังไม่คลายความหวาดระแวง
แม้จะเป็นตอนกลางคืนแล้วก็ตามแต่ผมสังเกตเห็นม่านตาของมัน
ยังไม่ขยายตัวเป็นวงกลมแอ๊บแบ๊วน่าเอ็นดู
.
เหมือนลักษณะของแมวทั่ว ๆ ไปยามมืดค่ำ
แต่ยังคงลักษณะเป็นวงรีแนวตั้งเหมือนตอนกลางวัน
ยิ่งเสริมให้มันดูดุร้ายขึ้นอีก
เราสองคนเข้าใจดีว่าคงต้องให้โอกาสมันปรับตัวและใจอีกหลายวัน
จนกว่ามันจะคุ้นชินกับบ้านใหม่ และพ่อแม่บุญธรรมของมัน
คืนนั้นผมตัดสินใจ(มาคิดเอาภายหลังโหดร้ายน่าดู)
ให้มันนอนอยู่ที่ระเบียงแคบ ๆ ด้านนอก
โดยปิดมุ้งลวดเอาไว้ ด้วยเหตุผลอะไรก็นึกไม่ออก
ตกดึกแฟนผมขอตัวไปอาบน้ำเข้านอน
ขณะที่ผมใช้เวลาส่วนตัวยามค่ำคืนอย่างเคย ทำงานบ้างเพ้อฝันบ้าง
ผิดไปแต่คืนนี้ผมไม่ได้ทำงาน และก็ไม่ได้เพ้อฝัน
กลับใช้เวลาพยายามsearchหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกแมวทางอินเตอร์เน็ตจนดึกดื่น
.
.
.
ผมเดินหัวยุ่ง ๆ รอบบ้านมองหาสิ่งมีชีวิตที่หลงเหลือ
ปรากฏว่าทั้งเมียทั้งแมวไม่อยู่บ้านเสียแล้ว
รีบโทรศัพท์ตามแมว เอ๊ย เมีย ก็ได้ความว่ากำลังนั่งรอ
เข้ารับการตรวจรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์(เกษตร)
รอมาสามชั่วโมงแล้ว เสียงหญิงสาวตามสายบ่นแต่น้ำเสียงยังสบายอารมณ์
ขนาดมาตั้งแต่เช้านะ
วันหยุดก็อย่างนี้มั้ง?...แล้วมันเป็นไงบ้าง
หลับ ๆ ตื่น ๆ หมาเยอะ หางมันฟูเลย
ใกล้ถึงคิวหรือยัง?
ใกล้แล้ว...แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวต้องคอยดูมัน
โอเค
วางสายเสร็จผมรีบล้างหน้าล้างตา น้ำท่าไม่อาบ
ควบมอร์เตอร์ไซค์คู่(กู้)ชีพบึ่งไปร้านpet shopปากซอย
ความรู้สึกตอนนี้ราวกับตนเองเป็นคุณพ่อมือใหม่
ที่กำลังจะไปซื้อเครื่องใช้สำหรับเด็กให้ลูก ตื่นเต้นนิด ๆ เหมือนกัน
ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ผมได้แต่ผ่านไปผ่านมา ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้เข้ามาช็อปปิ้งเลย
แต่ชีวิตคนเราก็อย่างนี้แหละ ชะตากรรมชะตากูเมื่อมันเป็นเช่นนั้นก็ต้องเป็นเช่นนี้
หนุ่มสาวเจ้าของร้านที่ดูเหมือนเป็นแฟนกันอัธยาศัยดี
ให้คำแนะนำหลังจากที่ผมสอบถามไปบ่นไปเกี่ยวกับ
ความยุ่งยากวุ่นวายกับไอ้เจ้าลูกแมวกำพร้าที่เก็บมา
ผมยังพร่ำบ่นไม่หยุดปากเมื่อเห็นราคาสิ่งของต่าง ๆ
ว่าไอ้นู่นก็แพงไอ้นี่ก็แพง ไม่เห็นเหมาะกับสภาพแมวข้างถนนที่เก็บมาเลย
ผมเห็นเจ้าของร้านแกแอบอมยิ้มเหมือนจะรู้อาการบ่นแก้เขินของผม
เพราะสุดท้ายสิ่งที่ได้มาในวันนั้นก็คือ....
1.ชามข้าวแมวแบบไฮโซฯ แบบที่เป็นเสตนเลส มีสองหลุมถอดออกมาล้างได้
ที่ฐานเป็นยางทำให้หนึบกับพื้นได้ไม่เลื่อนไปมา
2.อาหารเม็ดยี่ห้อ ROYAL CANIN รุ่นสำหรับแมวเด็ก
ซึ่งเขาว่ากันว่าอยู่ในระดับหรูพอควร
3.อาหารเปียกแบบเป็นซอง
4.ถาดที่ทำเฉพาะสำหรับเป็นส้วมแมว
5.ที่นอนนุ่ม ๆ สำหรับลูกแมว
6.ทรายแมว ที่พอแมวมันฉี่หรืออึก็จะจับตัวเป็นก้อนแข็งตักไปทิ้งได้เลย
7.ช้อนตักทรายแมว
8.ผ้าเปียกสำหรับเช็ดแมว
รวมแล้วก็หลายตังค์อยู่ รวบรวมข้าวของได้ก็หอบขึ้นรถ
บิดบรื้นมาตั้งท่ารอรับเสด็จแมวที่บ้าน
ไม่นานนักเมียก็พาแมวกลับมาถึงบ้าน
แล้วก็เริ่มสอบถามแลกเปลี่ยนข้อมูลกันยกใหญ่
สรุปได้ว่าวันนี้เจ้าแพนด้าได้แต่เพียงหยอดพยาธิเท่านั้น
ยังไม่สามารถฉีดยาอย่างอื่นได้ เพราะเพิ่งย้ายบ้านใหม่
ต้องรอมันปรับสภาพอย่างน้อยเจ็ดวันก่อน ถึงจะค่อยมาทำการตรวจรักษาเพิ่มเติม
หมอสันนิษฐานจากฟันแล้วคาดว่าเจ้าแพนด้าน่าจะมีอายุราวหนึ่งเดือน
หรือให้อย่างมากไม่เกินเดือนครึ่ง
แฟนผมยังบอกอีกว่าอยู่ที่นู่นมันซ่าน่าดู ดื้อมากไม่ยอมอะไรทั้งนั้น
โต๊ะหมอค่อนข้างสูงมันยังโดดหนีลงมาได้ขนาดยังอ่อนเพลียป้อแปล้
จนหมอชมว่าแข็งแรงมากผิดกับรูปร่างภายนอกที่เห็น
พอได้ยินอย่างนั้นก็ใจชื้นขึ้นเยอะ ได้แต่ภาวนาให้มันแข็งแรงดีเร็ววัน
หลังจากนั้นก็จัดแจงเตรียมอาหารเปียกให้มัน(ท่าทางชอบมาก)
เช็ดเนื้อเช็ดตัวถูคราบซกมกเชื้อโรคทั้งปวงให้
.
(แต่ก็ได้เล็กน้อยเท่านั้นเพราะคราบฝังแน่นมานาน)
จัดทรายใส่ถาดแล้วสอนมันใช้(ก็จับมันไปวางนั่นแหละ)
เตรียมที่หลับที่นอนให้
ช่วงสามสี่วันแรกเจ้าแพนด้าเอาแต่นอนอย่างเดียวท่าทางระโหยโรยแรงสุด ๆ
นอนแล้วก็ตื่นมากิน กินแล้วก็นอน
ช่วงนี้แม้มันยังไม่สนิทกับคนเท่าไร
แต่มันก็ชอบที่จะมาหลับในอ้อมแขนเรา
เวลาที่เราอุ้มมันแนบกับอกไว้มันจะหลับตาพริ้มท่าทางมีความสุข
หลายคนว่ามันขาดความอบอุ่นเนื่องจากพรากกับแม่ตั้งแต่ยังแบเบาะ
เวลาที่ถูกประคองไว้จึงรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น
พอมันหลับลงถึงจะค่อย ๆ แอบเอามันวางลงบนที่นอนได้
แต่พอพ้นสายตา กลับมาเจออีกทีมันก็จะหายตัวไปจากที่นอนทุกที
ค้นหาอยู่รอบบ้านก็พบว่ามันมักจะไปซ่อนอยู่ตามซอกแคบ ๆ มืด ๆ
ข้างลำโพงบ้าง หลังตู้เย็นบ้าง
ในช่วงแรก ๆ ดูเหมือนมันจะหลับไม่ค่อยสนิท ผวาเป็นระยะ
ท่าทางจะยังมีความหวาดระแวงตามสัญชาติญาณ
หวังว่าอีกไม่นานมันคงจะปรับตัวเข้ากับบ้านใหม่ในเร็ววัน




#1 By ฝน เปียกปูน (58.8.119.191) on 2007-09-23 21:13