---แพนด้า ตอนที่ ๕---
posted on 16 Sep 2007 17:30 by myhead in MyCat.
.
พกแมวมาด้วยเหรอ พกแมวมาด้วยเหรอเนี่ย
.
.
.
ดูเหมือนสายฟ้าจะฟาดก่อนกำหนดการเดิม
แถมยังเป็นปรากฏการณ์จากน้ำมือมนุษย์เพศเมียที่อยู่ข้าง ๆ
หล่อนเจตนาฟาดสายตาราวแส้ฟ้ามาที่ผมอย่างไม่บรรจง
หลังจากที่สิ้นคำพูดพล่อย ๆ อร่อยปากตัวเอง แต่เคืองใจคนฟังของผม
เดี๋ยวฉันเข้าไปเอง ในที่สุดเจ้าแม่ก็สำแดงเดช
จะเข้าไปยังไง? ผมมองรั้วลวดหนามหลายเส้นที่ขึงตึงอยู่กับเสาแต่ละต้น
ที่ริมรั้วด้านขวาทำเป็นประตูไม้อย่างลวก ๆ ด้านหนึ่งติดบานพับง่อนแง่น
อีกด้านถูกพันติดกับเสาปูนด้วยยางในรถจักรยานที่ถูกมัดเป็นปมหลวม ๆ
ที่ลำพังเราเองจะแก้มัดแล้วเปิดเข้าไปเลยก็เป็นเรื่องแสนง่ายดาย
แต่ก็คงจะไม่ถูกต้องที่บุกรุกเข้าไปในที่ส่วนตัวคนอื่น
โดยเฉพาะเจ้าของยังยืนอยู่ไม่ไกล
ถ้าจะเข้าก็คงต้องเข้าทางนี้แหละ ผมคิดแต่ไม่พูดออกมา
ในใจเริ่มรู้สึกว่าการช่วยเหลือครั้งนี้อาจจะต้องยุ่งยาก
และมีการก้าวล่วงไปถึงผู้อื่น
ซึ่งผมไม่ชอบใจนัก และถือเป็นเรื่องปฏิบัติที่ผมพึงระวังมาตลอด
เพราะมันทำให้ผมนึกไปถึงเวลาที่บรรดาผู้ใจบุญทั้งหลาย
พยายามยามที่จะสร้างกุศลโดยลากเกี่ยวเอาผู้คนที่ไม่ได้นึกอยากเกี่ยวข้อง
ไปร่วมสังฆกรรมด้วย ทั้งที่ไม่ได้นึกอยาก หากแต่ต้อง จำใจ
เพราะกลัวจะถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนใจบาป
.
.
.
.
.
ถ้าป้าสมศรีอยากจะหาเงินมาสร้างพระประธานก็ทำไป
ไม่ต้องมาหว่านล้อมว่าผมจะได้ขึ้นสวรรค์ด้วยถ้าร่วมทำบุญใส่ซอง
ถ้าน้องสุดสวยต้องการจะช่วยเหลือสัตว์เร่ร่อนก็ช่วยไป
อย่าเอามาฝากบ้านผมเลี้ยงแล้วอ้างความเมตตา
ถ้านักร้องซูเปอร์สตาร์จะหารายได้ช่วยเหลือเด็กพิการซ้ำซ้อน
ก็เอาเงินรายได้ส่วนตัวจากการขายเพลงอกหักรักคุดไปบริจาคเลย
ไม่ต้องเอาเรื่องราวน่าสงสารของเด็ก ๆ มาทำเป็นเพลงขาย
(ซึ่งยอดขายน่าจะสู้แบบแรกไม่ได้ด้วยซ้ำ)
อยากทำบุญทำทานก็ทำไปเงียบ ๆ ไม่ต้องมาประกาศ
ไม่ต้องสลักชื่อบนป้ายหิน ไม่ต้องเอาใบอนุโมทนามาลดหย่อนภาษี
ที่สำคัญไม่ต้องมาทำให้ชาวบ้านที่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
คนที่ประกอบสัมมาชีพ รักครอบครัว ไม่มั่วกิ๊ก ไม่ซิกแซกหลอกลวง
ไม่ได้ค้ายา ฆ่าคนตาย กลายเป็นคนบาป
หากไม่หยิบยื่นความช่วยเหลืออย่างที่เจ้าตัวประสงค์
แต่หากจะชุบตัวคนเลวจากความชั่วที่ยึดเป็นสรนะด้วยการทำบุญเสียงดัง
อันนั้นมันก็สุดแท้แต่
ใครจะว่าผมเป็นคนงี่เง่าขวางโลกในเรื่องนี้
ผมก็ยอมรับ ถ้าจะโน้มน้าวขายอะไรผมไม่เคยว่า
แต่อย่ามาอ้างบาปบุญคุณโทษ
ยัดเยียดอุดมคติความต้องการส่วนตัวของ มึง มาให้ กู
ทำอย่างนั้นเอาปืนมาจ่อหัวกันบังคับให้ทำยังจะสร้างความรำคาญใจให้น้อยกว่า
.
.
.
.
.
เดี๋ยวให้ลุงช่วยเปิดประตูให้ แม่หญิงพูดขึ้น
ผมว่าแล้ว ผมนึก แต่ก็เอาล่ะถ้าเป็นตาลุงที่ท่าทางชอบโชว์พลังนั่น
แกคงจะยินดีไม่น้อย
ว่าแล้วสาวเจ้าก็วิ่งเหยาะ ๆ ไปหาตาลุงซึ่งยังยืนเสวนาอยู่กับแม่ค้าไม่ห่างออกไปนัก
สักพักลุงสวมหมวกแกก็เดินมาดเท่มาที่ประตูง่อนแง่นซึ่งผมยืนรออยู่แล้ว
พร้อมกับพูดเสียงดัง ดี ๆ มา ๆ เอาเลย เดี๋ยวเปิดให้
ว่าแล้วแกก็เอาไม้เท้าหนีบที่รักแร้
ก้มลงคลายปมของยางในที่พันไว้หลวม ๆ
มา ๆ เชิญเลย แกดันประตูออกพร้อมกับพูดเชื้อเชิญ
.
คล้ายกับจะชวนเข้าบ้านกินน้ำกินท่า
ผิดแต่ว่าบ้านหลังนี้มันมีแต่ดงกล้วยกับกอหญ้ารกรุงรังเต็มไปหมด
หรือว่าแกอยากให้ผมช่วยเล็มหญ้าก็ไม่รู้
พอประตูเปิด ภรรยาผู้แกร่งกล้าสง่างามของผม
(ชมไว้ให้เยอะ เผื่อคุณเธอมาอ่านเจอ)
ก็รุดเข้าไปด้านในทันที เดี๋ยวเธอคอยระวังช่วยจับมันอยู่ข้างนอก
ว่าแล้วก็ย่ำเข้าไปในพงหญ้าอย่างองอาจ
ทิ้งให้สามีผู้ใจร้ายและแสนอ่อนแอยืนรออยู่นอกรั้ว
เธอเดินเลาะเข้าไปในดงกล้วยที่อยู่ถัดออกไปพร้อมกับส่งเสียง
เมี้ยว เมี้ยว เรียกเป็นระยะ ผ่านไปไม่ถึงนาทีก็ได้ยินเสียงเธอตะโกนออกมา
เจอแล้ว ๆ ! เฮ้ย ! มันหนีว่ะ เดี๋ยวนะ ๆ ....ได้แล้ว ๆ!
ดี ๆ เอาไปเลี้ยง ได้บุญ ๆ ลุงเจ้าของที่เปรยออกมาอีกครั้ง
ในขณะคุณนายแสนดีของผมอุ้มสัตว์ประหลาดที่ดูเหมือนตัวเกร็มลิน
.
ในหนังยุค80ออกมา
ได้ยินเสียงฟ้าทะมึนคำรามมาไกล ๆ ลมยังพัดมาต่อเนื่อง
กลิ่นชื้นของฝนเริ่มโชยชุ่ม ผมไม่รอช้ารีบลากรถป็อปคู่ใจจากอีกฝั่ง
มารับเสด็จเมียและเสด็จแมว
ผมขึ้นคร่อมพร้อมกดปุ่มสตาร์ท ส่งสัญญาณให้ทั้งสองเสด็จขึ้นซ้อน
ขอบคุณคร้าบ... ขอบคุณนะค้าคุณลุง
.
เราสองคนตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์
ดี ๆ เลี้ยงไว้ ๆ เอาบุญ ๆ ลุงแกยังแจกบุญไม่อั้นแต่ผมส่งคืนให้แกไปหมด
ก่อนจะเริ่มบิดคันเร่งออกรถ
ใจมันยังเต้นตึกตักไม่ต่างกับตอนขามา ขณะผมเร่งทะยานสองล้อคันจิ๋ว
หยดฝนเริ่มเปาะแปะประทะผิวกาย ผมร้องตะโกนฝ่าเสียงเครื่องยนต์ออกไป
.
ด้วยความวิตก
จับมันแน่น ๆ นะ! ระวังมันดิ้น ! ถ้าตกไปก็เก็บศพได้เลย !
.
ปอดแหกแต่ก็ยังไม่วายปากหมา
รู้แล้ว ! แน่นแล้ว ! สาวข้างหลังตะโกนกลับมา
แต่อย่าแน่นไปนะ! เดี๋ยวมันเจ็บ!...จับแบบ...
รู้แล้วน่า! รีบขี่ไปเหอะแก! หล่อนสวนคำมาด้วยความรำคาญความขี้วิตกของผม
ระหว่างขี่ก็เผลอนึกไปถึงวิธีการ และสถานที่ที่จะเลี้ยงแมว
แม้คอนโดมีเนียมที่ผมอาศัยอยู่จะอนุญาติให้เจ้าของห้องชุด
(ซึ่งความจริงน่าจะใช้คำว่าอนุโลม)เลี้ยงสัตว์ได้
หากไม่สร้างความรบกวนต่อผู้พักอาศัยคนอื่น ๆ
(ความจริงก่อนหน้านี้ผมก็คิดมาตลอดว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมกับผู้ที่ไม่ได้เลี้ยง
แต่มันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ผม ก็เลยไม่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร)
แล้วอาคารที่ผมพักอาศัยอยู่ก็มีคนเลี้ยงสัตว์อยู่มากกว่าครึ่งหนึ่ง
ทั้งแมวเปอร์เซียสุดหรู Bassed Hound สุดเหม็น
.
Golden Retreiver ขนาดยักษ์ ฯลฯ
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้คิดถึงขั้นจะเลี้ยงดูจริงจังอะไร
เอาแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน พอให้แข็งแรงดีแล้วค่อยมาว่ากัน
ทว่าช่วงสั้น ๆ ที่จะต้องประคองชีวิตเจ้าตัวขนนี่ก็สร้างความวิตกให้ผมไม่น้อย
เนื่องจากไม่เคยเลี้ยงแมวมายี่สิบปีได้แล้ว ที่เคยเลี้ยงก็ไม่ได้ร่อแร่แบบนี้
แถมสมัยนั้นหลัก ๆ แม่ผมจะเป็นคนดูแลเสียมากกว่า
คนข้าง ๆ ตัวผมยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เคยเลี้ยงแมวมาเลยด้วยซ้ำ
คิดนู่นคิดนี่ กังวลไปต่าง ๆ นานา คิดไปถึงว่า
นี่มันอยากให้เราช่วยรึเปล่าวะ?
เราเสือกเกินไปรึเปล่า?
มันจะรอดมั้ยเนี่ย?
คิดยังไม่ทันจบรถก็เคลื่อนพาสองชีวิตกับหนึ่งร่อแร่มาจอดที่ใต้ตึกเสียแล้ว
ผมดับเครื่องหันไปมองเจ้าตัวขนรุงรังที่ร่างกายเปลี้ยแปล้
แต่แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
รีบพาขึ้นห้องเถอะ เดี๋ยวฝนตก ผมพูดพร้อมกับเดินนำไป
.
.
.



.
-ถ้าเป็นประกาศขายรถมือสองก็ต้องบอกว่า"ขายซาก"สภาพตามรูป
.
#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-09-16 17:38