---แพนด้า ตอนที่ ๓---
posted on 18 Jul 2007 13:14 by myhead in MyCat
.
.
.
แพนด้า ตอนที่๓
.
.
แมวมัดใจ....ใจมัดแมว
หยิบปฏิทินมาทบทวนวันเวลา
.
พร้อมกับนั่งทบทวนเรื่องราวในวันนั้นอีกครั้ง
.
เอาเป็นว่าไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงออกแขกพิรี้พิไรกันแล้ว
.
เดี๋ยวได้ไถลออกนอกลู่กันอีก
.
มาต่อเรื่องราวในวันนั้นเลยดีกว่า...
.
.
.
ช่วงต้นสายปลายเช้าของวันนั้น
.
หลังจากที่ทิ้งร่างผอมโกร๋งกงโก้คล้ายหนูผีไว้กับชะตากรรม
.
เราสองคนก็พาใจเหี้ยม ๆ (ม.ม้า อย่าอ่านตกม.ม้า)
ขับรถออกจากซอยเล็ก ๆ แห่งนั้น
เรานั่งในรถพูดคุยกันมาตามปรกติ
.
ไม่ได้รู้สึกอนาทรณ์ร้อนใจ อาลัยอาวรณ์ใด ๆ
.
กับชีวิตเล็ก ๆ ในดงหนามนั้น
.
ปั๊ดโธ่...โลกนี้น่ะมันมีทั้งสัตว์ทั้งคนถูกทอดทิ้งกันอยู่แทบทุกนาที
แล้วผมเองกับแฟนก็ไม่ใช่พ่อพระแม่พระนักบุญที่ไหน
ยิ่งไอ้เรื่องที่ถ้าช่วยอะไรใครแล้วต้องเดือดร้อนตัวเองน่ะ
.
.
.
"ไม่เอาหรอกครับ!!"
.
.
.
ตลอดช่วงสาย ๆ ถึงบ่ายแก่ ๆ วันนั้น
.
เราสองคนตะลอนกันอยู่นอกบ้านทั้งวัน
ส่วนใหญ่ก็เป็นละแวกไม่ไกลจากบ้านเท่าใดนัก
ทำกิจกรรมน่าเบื่ออย่างที่คนกรุงเขานิยมทำกัน
เดินห้าง กินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง .... เบื่อจนแทบอ้วก
จริง ๆ เหมือนอ้วกออกมาแล้ว แล้วก็โกยกลับเขาปากใหม่
ก่อนจะอ้วกมาอีกหน สลับไปมาเรื่อย ๆ
ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ กินอ้วกมันก็อยากอ้วก
แต่พออ้วกแล้วท้องว่าง เกิดหิว มองซ้ายมองขวาไม่เห็นอะไร
มีแต่กองอาเจียนเหม็นเน่าเบื้องหน้าก็กินมันเข้าไปอีก
อย่างเสียไม่ได้
แล้วมันก็จะแหวะออกมาอีกในเวลาต่อมา....
...ผมว่าเราเปลี่ยนเรื่องกันเถอะ เล่าไปผมก็ชักพะอืดพะอมเต็มที
มาต่อกันที่เหตุการณ์ช่วงบ่ายแก่ ๆ เย็นอ่อน ๆ ในวันนั้น
หลังจากที่เราไปกินอ้วก เอ้ย! ทำกิจกรรมนอกบ้านกันมา
ขณะที่กำลังจะขับรถมุ่งตรงกลับบ้าน
ไม่รู้อะไรมาดลจิตดลใจให้เราตัดสินใจตรงกันที่จะใช้เส้นทางนี้
แทนเส้นทางกลับบ้านที่เราคุ้นเคยตามปรกติ
และไอ้เส้นทางที่เราเลี้ยวรถเข้าไปเวลานั้น
มันก็คือซอยเล็ก ๆ ซอยเดิมที่เราออกมาเมื่อเช้านั่นเอง!!
..เอาล่ะสิ..เอาล่ะเหวย...
ตุ๊มต่อม ตุ๊มต่อม....ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ
ไม่รู้หัวใจมันจะเต้นชะชะช่า ฮูลาฮูล่า
ไปหาพระแสงของ้าวอะไรของมัน
ขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ
ผมเพ่งสายตามุ่งตรงไปข้างหน้า
ไม่รู้ว่ากำลังพยายามตั้งสมาธิในการขับรถ
หรือเพราะความขลาดกลัวที่จะเหลียวซ้ายไปประสบกับอะไรเข้า
กลัวมันจะเจอมันอยู่ที่เดิม
กลัวมันจะไม่อยู่แล้ว..กลัวจะเจอมันในสภาพที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่
กลัวนู่นกลัวนี่ ขี้ขึ้นสมอง
.
.
.
และในขณะที่รถกำลังเคลื่อนผ่านพิกัดเมื่อเช้า
แม่สาวข้างกายผมก็พูดเสียงเรียบ ๆ ออกมา
ขณะเหลียวมองตามจากทางหน้าต่าง
มันยังอยู่ที่เดิมเลย
โอ้วว.....ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ หนุบ ๆ หนับ ๆ นุ่ม ๆ เหนียว ๆ
ทำไมกูต้องตื่นเต้นด้วยวะ หรือ ปีศาจมันกำลังตีกลองให้กำลังใจเรา
เข้มแข็งไว้ไอ้น้อง เข้มแข็งไว้...... ปล่อยไปตามโชคชะตา
กลับบ้านดูหนังนอนดีกว่า เชื่อกู...
.
จะเอาไงดี?
ผมถามแฟนเพื่อหวังแบ่งเบาความรู้สึกผิด
ทั้งที่รู้ก็รู้ว่าจะได้คำตอบอย่างไร
..
เอาไงล่ะ...แล้วแต่
...
จริง ๆ แม่นางภรรเมียผมเนี่ย เจ๊แกเป็นคนใจอ่อนขี้สงสาร...ผมรู้
.
แต่ว่าเธอก็ไม่ใช่คนใจอ่อนพร่ำเพรื่อ
.
โดยเฉพาะกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรับผิดชอบชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง
.
สำหรับเรื่องทำนองนี้เรามักจะมีความเห็นตรงกัน
.
และเคยหารือกันมาก่อนแล้ว
.
ถ้าช่วยอะไรได้ ไม่เดือดร้อนตนเองและผู้อื่นก็ช่วยไป
.
ถ้าจะไม่ช่วย ไม่มีอารมณ์จะช่วยก็จบไป
ปล่อยผ่านกลับบ้านนอน
.
ไม่ต้องหาเหตุผลทำให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง
.
แต่ถ้าหากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการรับผิดชอบชีวิตล่ะก็....
.
...บอกตรง ๆ....
เบร๋ยยยย.......
ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเราสองคนไม่เคยคิดจะเลี้ยงสัตว์
.
ถึงแม้เมื่อก่อนบ้านแฟนผมจะเลี้ยงและผูกพันกับหมามาตลอด
.
(รุ่นสุดท้ายผมเป็นคนช่วยฝังกับมือ..แฮ่ม)
.
และผมเองก็เคยเลี้ยงแมวเมื่อตอนเด็ก ๆ
.
แต่เราค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตมาก
.
แม้กระทั่งการจะมีลูกสักคน
.
ยังไม่ผ่านมติในที่ประชุม(ที่มีกันสองคน)เลย
ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
รู้แต่ว่ามันไม่น่าจะเกิดจากแค่ "ความอยาก"
หรือ "อุ๊ย!น่ารักจัง!"
.
ไม่ใช่แค่การสืบเชื้อสาย การเป็นโซ่ทองคล้องคอ
เป็นเพื่อนใจ หรือ เพื่ออะไรก็แล้วแต่ที่เราคิดขึ้นเอง
.
ไม่ใช่แค่ความพร้อมทางด้านฐานะ ไม่ใช่แค่มีเวลาให้
.
ไม่ใช่อะไรทั้งนั้นที่คิดออกตอนนี้
กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ผมก็คิดแบบเดียวกัน
ฟังดูคล้ายพวกโรคจิต วิตกจริตคิดมาก อย่างไรอย่างนั้น
...ซึ่งมันก็อาจจะจริง
.
.
.
หลังจากสิ้นคำตอบที่กลับมาเป็นคำถามต่อของแฟนสาว
เราสองคนก็นิ่งเงียบไม่พูดจาอะไรกันอีก
.
จนรถเข้ามาจอดในบริเวณคอนโดฯที่พักอาศัย
ก่อนจะเดินเข้าตัวอาคารผมก็เปรยขึ้นมาว่า
ซื้อนมไปให้มันกินมั้ย?
"เอาสิ" เจ้าหล่อนรับคำทันควัน
ผมเลยวิ่งไปซื้อนมในมินิมาร์ทของที่พัก
ในขณะที่แฟนผมเดินไปที่ร้านอาหารขอซื้อกล่องโฟมใส่อาหาร
สำหรับเอาไว้เป็นชามนม
กระบวนการทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างไม่มีแบบแผน
เรียบ ๆ นิ่ง ๆ ไม่ได้มีความครึกโครมร้อนรนใด ๆ ให้เห็นภายนอก
...แต่ภายในต่างคนต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรกันอยู่
บางทีแม้แต่ตัวเองยังรู้ไม่เท่าทันความรู้สึกตัวเองในเวลานั้นเลย
.
ผมไปลากรถสองล้อคู่ใจออกมาจากที่จอด
ในขณะที่เมฆดำบนท้องฟ้าเริ่มก่อตัวไปทั่วบริเวณ
.
พายุมาอีกแล้ว เสียงใครสักคนแถวนั้นพูดขึ้น
.
.
.
ผมควบสองล้อคันจิ๋วโดยมีภรรยาเบียดอยู่ด้านหลัง
ขวดนมพาสเจอร์ไรซ์กับกล่องโฟมในถุงหิ้วแกว่งไกวอยู่ด้านหน้า
ลมเริ่มพัดรุนแรงขึ้นต้านแรงเครื่องยนต์ 50 cc
ที่แบกน้ำหนักรวมร้อยกว่าโล
ในใจได้แต่ภาวนาให้ฝนอย่าเพิ่งตก
.
.
ผมยังไม่อยากเปลี่ยนใจ!!
.
.
.
.
.
.
.
ลุ้นจริงๆค่ะ
นู๋ว่าเฮียเริ่มใจอ่อนตั้งกะหัวใจเต้นชะชะช่า ฮุลาฮูล่า แร้วววว
รออ่านต่อค่า
#1 By (^_^)/nana on 2007-07-18 13:20