--- แพนด้า ตอนที่ ๑ ---
posted on 08 Jul 2007 21:15 by myhead in MyCatแพนด้า ตอนที่๑
.
แมวมีก็คงต้องมา
ถึงแมวไม่มา ก็ไม่ได้แปลว่าแมวไม่มี
.
.
ผมไม่ใช่คนชอบเลี้ยงสัตว์ รักเด็กอะไรอย่างที่บางคนคิดหรอกครับ
ตรงกันข้ามผมเป็นคนประเภทไม่ชอบความยุ่งยากเอาด้วยซ้ำ
ยิ่งโดยเฉพาะกับบรรดาสิ่งมีชีวิตแล้วด้วย
ไม่เคยคิดจะเอาตัวเข้าไปผูกพันข้องเกี่ยวลึกซึ้งเลย
เวลาเห็นสัตว์วิวาทกัน ก็จะยืนคอยเชียร์
ปล่อยให้มันจัดลำดับ และมีกระบวนการคัดสรรผู้แข็งแกร่ง
ตามธรรมชาติของมันเอง
เห็นเด็กก้าวร้าวก็แค่ไม่เล่นด้วย ไม่กล้าบังอาจไปสั่งสอนอะไร
แต่ละครอบครัว ทุก ๆ ชีวิตล้วนมีหนทางของมันเอง
ถึงไม่มี มันก็ไม่ใช่เรื่องของผม!!!
.
.
ดูเผิน ๆ ภายนอกแม้คล้ายจะเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีก็ตาม
แต่เชื่อเถิด ผมน่ะเป็นโรคหวาดกลัวความสัมพันธ์
ในระดับที่น่าเป็นห่วงตัวเองเลยทีเดียว
โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะลึกซึ้ง
และอาจก้าวล่วงเข้ามาในโลกของผม
ไม่พร้อมที่จะสะเทือนใจ ที่เป็นผลสืบเนื่องจากความผูกพันใด ๆ
แถมยังมีความหมั่นไส้ บรรดาสาวน้อย หนุ่มใหญ่
ที่ชอบอุ้มหมาอุ้มแมว หรือโอ๋กันประหนึ่งลูกรัก
พูดจาหวานหูกับเจ้าตัวขน
แต่เงยหน้าตะโกนด่าโคตรเหง้าเด็กรับใช้ในบ้าน
เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย
ยิ่งนับความเคารพในอิสระเสรีที่สิ่งมีชีวิตทุกตัวตนพึงมีพึงได้เข้าไปอีก
เรื่องเลี้ยงสัตว์ก็ดูเหมือนจะยิ่งห่างไกลออกไปทุกที
.
.
.
แต่บางสิ่งบางอย่างมันก็เกิดขึ้นจนได้
ไม่ว่าจะเรียกชะตากรรม
พรหมลิขิต
บุญกรรม
กรรมกร
หรือ ไอ้ปื๊ด ก็ตามที
ผมก็ได้เจอกับ"มัน" ใช่แล้ว "มัน" คือ "แมว"
ผมไม่ดัดจริตเรียกสรรพนามแมวว่า "เขา"
ในขณะที่เรียกเพื่อนมนุษย์ว่า "มัน" หรอก
บรรดาชมรมคนรักสัตว์อาจจะเริ่มอยากดีดขี้มูกใส่ผม
ที่บังอาจไปก้าวล่วงนิสัยอันแสนอ่อนหวานนั่นเข้าแล้ว
555 ตามสบาย....
ผมมันพวกใจหมาอยู่แล้น!!!
เมื่อวันศุกร์ปลายเดือนที่แล้ว(มิถุนายน)
หลังจากที่มีพายุฝนถล่มติดต่อกันหลายคืน
จนป้ายโฆษณาล้มมาทับทั้งรถทั้งคน
เช้าวันนั้นอากาศยังแห้งสบายส่วนตัวอยู่(ฟังแล้วนึกถึงลอริเอะทันที)
แม้ร่องรอยขมุกขมัวของเมฆยังไม่จาง
ผมกับแฟนขับรถออกจากคอนโดฯ
ไปในเส้นทางที่ไม่ได้ใช้เป็นปรกติเพื่อ...
.
.
.
จริง ๆ เพื่ออะไรก็ยังไม่แน่ใจ
แค่วันนั้นนึกเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ก็เลยขับรถออกไปเผาน้ำมันกัน
อย่างไม่สนภาวะโลกร้อนที่กำลังเห่อฮิตติดชาร์ต
.
ในขณะที่เหลืออีกโค้งเดียวก็จะพ้นซอย
จู่ ๆ สายตาเราทั้งคู่ก็ดันเสือกไปพบกับเอเลี่ยนตัวจิ๋วที่อยู่ในพงข้างทาง
เราตัดสินใจจอดรถลงไปดูกัน
.
อาจจะแค่นึกแก้อารมณ์เบื่อที่กำลังเล้าโลมเราอยู่
ท่อม ๆ เลียบเคียงไปก็พบกับเจ้าตัวที่ว่า
คือแมวน้อยอายุราวเดือนเศษรูปร่างน่าเกลียดน่าชัง
มอมแมมผอมโกร๋ง ส่งแววตาหวาดกลัวและดุร้าย
ทะลุผ่านพงไม้ในระยะที่ห่างจากที่เรามองเห็นไม่เกินสองฟุต
มันส่งเสียงร้องพร่าแตกผิดธรรมชาติลูกแมว
ที่มักจะร้องเสียงแหลมเล็กใสแจ๋ว
อย่างข่มขู่มากกว่าขอความช่วยเหลือ
ผมสังเกตเห็นท่าทางมันขยับตัวดูแปลก ๆ
เหมือนกับไม่สามารถย่างเหยียบไปบนพื้นได้เต็มเท้า
ขยับกายเข้า ๆ ออก ๆ ตะกุกตะกักทุลักทุเล
สังเกตดูรอบ ๆ ตัวเจ้าสัตว์ประหลาดตัวเล็กนี้อีกทีก็พบว่า
ดงที่มันซุกซ่อนตัวอยู่อย่างตั้งใจ หรืออาจจะถูกใครมาปล่อยไว้ก็ตาม
มันเป็นดงหนาม!!
หนามจริง ๆ หนามเพียบ ๆ ทั้งที่พื้นและรอบตัว
ผมมาทราบเอาภายหลังว่ามันเป็นดงกุหลาบ
ที่เจ้าของที่รกร้างนั้นปลูกเอาไว้
ผมกับแฟนมองดูมันย่างเท้าแต่ละก้าวลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยกิ่งหนาม
พลันสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวด
ท่าทางทรมานน่าดู ทั้งโดนทอดทิ้งตั้งแต่ยังแบเบาะ
ทั้งหิว ทั้งหวาดกลัว
ไหนจะต้องเผชิญกับดงหนาม และพายุฝนที่โหมกระหน่ำตามฤดูอีก
ดูแล้วช่างน่าสมเพช สงสารโคตร ๆ
นั่งดูอยู่สักพักผมกับแฟนก็มองหน้ากัน
ผมเป็นคนเริ่มพูดขึ้นมาว่า
.
.
.
"ไปกินข้าวกันเถอะ"
.
.
แฟนผมพยักหน้า แล้วเราสองคนก็เดินกลับไปที่รถ
ขับรถออกไปจากซอย เป้าหมายคือหาก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟอร่อย ๆ กินกัน....
เราเป็นมนุษย์ชนิดที่ตรงข้ามกับคุณเจ้าของบลอกคะ แล้วก็ยอมรับด้วยว่าที่คุณพูดเกี่ยวกับคนรักเด็กรักสัตว์น่ะมันจริง!
แต่มันอดไม่ได้จริงๆ (เว้ย)คะ
#1 By HArMEi* on 2007-07-08 21:54